Last Updated on September 16, 2026
ดูชุดเริ่มต้นที่ตรงช่วงพัฒนาการ
ถ้าเลือก Matatalab สำหรับเริ่มเรียน Coding ให้เด็กอายุ 3–4 ปีเริ่มที่ Tale-Bot Pro เพราะกดคำสั่งบนตัวหุ่นแล้วเห็นผลทันที เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปที่พร้อมวางแผนหลายขั้นเลือก MatataStudio Coding Set ซึ่งใช้บล็อกคำสั่งจริงบนแผงควบคุม ส่วนเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไปที่ใช้แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์คล่องและอยากต่อไปถึง Python ให้เลือก VinciBot ค่ะ นี่คือสามทางเริ่มที่ต่างกันชัด ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นซับซ้อนที่สุดเผื่อโต
สำหรับบ้านที่ชอบวาดรูปและแต่งเพลง Coding Set Pro คุ้มกว่าการซื้อ Coding Set แล้วเติม Artist กับ Musician แยก เพราะชุด Pro รวมกิจกรรมศิลปะและดนตรีมาแล้ว แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเด็กจะหยิบมาเล่นต่อเนื่องไหม ชุดพื้นฐานจะเสี่ยงน้อยกว่า สิ่งที่ควรดูจริงๆ คือเด็กออกคำสั่งแบบไหนได้สนุก เขายอมลองแก้เมื่อหุ่นเดินผิดหรือไม่ และผู้ใหญ่มีเวลาชวนเล่นช่วงแรกแค่ไหน
ชื่อ Matatalab กับ MatataStudio คือครอบครัวเดียวกัน
ต่อยอดเมื่อเด็กมีโปรเจกต์ที่อยากทำ
หลายร้านยังใช้ชื่อ Matatalab ขณะที่หน้าทางการใช้ MatataStudio มากขึ้น จึงอาจดูเหมือนเป็นคนละแบรนด์ เว็บไซต์บริษัทอธิบายว่าเริ่มอัปเกรดแบรนด์จาก Matatalab เป็น MatataStudio ในปี 2024 และขยายสินค้าให้ครอบคลุมช่วงอายุ 3–18 ปี เวลาเปรียบเทียบจึงควรดูชื่อรุ่น อุปกรณ์ในกล่อง และระบบที่รองรับมากกว่าดูโลโก้รุ่นเก่าหรือใหม่เพียงอย่างเดียว
รุ่นสำหรับวัยเริ่มต้นมีภาษาคนละแบบ Tale-Bot Pro รับคำสั่งจากปุ่มสีบนตัวหุ่น Coding Set ใช้บล็อกสัญลักษณ์เรียงบน Control Board แล้ว Command Tower อ่านโปรแกรมและส่งให้ MatataBot ส่วน VinciBot ใช้ MatataCode บนแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ เริ่มจากบล็อกภาพและค่อยไปถึงโค้ดข้อความอย่าง Python ความต่างนี้สำคัญกว่าแพ็กเกจสีไหนน่ารักที่สุดเสียอีก
ตารางเลือกจากอายุและวิธีออกคำสั่ง
เทียบเส้นทางเริ่ม Coding ของแต่ละรุ่น
| รุ่น | อายุแนะนำ | วิธีออกคำสั่ง | การใช้หน้าจอ | จุดเริ่มเรียน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| Tale-Bot Pro | 3 ปีขึ้นไป เน้นช่วง 3–5 ปี | ปุ่มสีบนตัวหุ่น | ไม่ต้องใช้สำหรับการเล่นหลัก | ลำดับ ทิศทาง เหตุและผล | เด็กชอบกด เล่าเรื่อง และเห็นผลเร็ว |
| Coding Set | 5 ปีขึ้นไป | บล็อกสัญลักษณ์บน Control Board | ไม่ต้องใช้ | ลำดับ ตัวเลข ลูป ฟังก์ชัน | เด็กพร้อมวางแผนก่อนให้หุ่นวิ่ง |
| Coding Set Pro | 5 ปีขึ้นไป | บล็อกสัญลักษณ์พร้อมศิลปะและดนตรี | ไม่ต้องใช้ | Coding ผสมรูปทรง โน้ต และจังหวะ | บ้านที่ใช้ Artist และ Musician แน่นอน |
| VinciBot | 8 ปีขึ้นไป | MatataCode แบบบล็อกภาพและ Python | ใช้คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต | เงื่อนไข เซ็นเซอร์ ดีบัก และโค้ดข้อความ | เด็กโตที่ต้องการเส้นทางเรียนต่อยาว |
| Nous AI Set | 12 ปีขึ้นไป | ระบบเขียนโปรแกรมและ AI | ใช้เครื่องมือดิจิทัล | AI และหุ่นยนต์ขั้นสูง | ผู้เรียนที่ผ่านพื้นฐานแล้ว |
Tale-Bot Pro ถูกวางไว้สำหรับอายุ 3 ปีขึ้นไปและหน้าคำแนะนำของผู้ผลิตระบุช่วงเริ่มต้น 3–5 ปี เด็กสร้างลำดับด้วยการกดปุ่มเดินหน้า ถอย เลี้ยว และคำสั่งอื่นบนตัวหุ่น แล้วกดเล่นเพื่อดูเส้นทาง การเล่นหลักไม่ต้องใช้หน้าจอหรือแอป จึงเหมาะกับเด็กที่ยังอ่านไม่คล่องและชอบเล่าเรื่องมากกว่านั่งวางบล็อกเป็นแถวยาว หุ่นวาดรูป อัดเสียง และเล่นกับแผนที่โต้ตอบได้ แต่เนื้อหาเสียงบางอย่างทำงานเมื่อใช้แผนที่ OID ที่รองรับเท่านั้น
Coding Set เหมาะกับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปที่เริ่มมองแผนก่อนลงมือ ในกล่องมี MatataBot, Command Tower, Control Board, แผนที่สองด้าน บล็อกเดินหน้า ถอย เลี้ยว ตัวเลข ลูป และฟังก์ชัน รวมถึงสิ่งกีดขวาง ธง และหนังสือโจทย์สามเล่ม เด็กต้องเรียงโปรแกรมทั้งหมดก่อนส่งให้หุ่น จึงเห็นชัดว่าลำดับหนึ่งบรรทัดเปลี่ยนผลลัพธ์อย่างไร ผู้ผลิตระบุว่าไม่ต้องมีพื้นฐาน Coding หรือการอ่าน และการเล่นหลักไม่ต้องใช้แอป หน้าจอ หรืออินเทอร์เน็ต
Coding Set Pro ใช้แกนเดียวกับ Coding Set แต่เพิ่มองค์ประกอบของ Artist และ Musician มาในชุด เด็กจึงใช้คำสั่งให้ MatataBot วาดรูปทรง สำรวจมุม หรือสร้างโน้ตและจังหวะได้ เหมาะกับบ้านที่รู้แล้วว่าเด็กชอบงานสร้างสรรค์และจะใช้สองหมวดนี้จริง ถ้าเป้าหมายเดือนแรกมีเพียงเดินตามแผนที่ เข้าใจลำดับ ลูป และฟังก์ชัน รุ่นพื้นฐานก็สอนได้ครบ โดย Sensor และ Animation ยังเป็นส่วนเสริมแยกในทั้งสองทาง
VinciBot เหมาะกับอายุ 8 ปีขึ้นไปและเปลี่ยนจากของเล่นแบบไม่ใช้จอไปเป็นหุ่นที่ทำงานกับซอฟต์แวร์ MatataCode เด็กเริ่มลากบล็อกคำสั่ง แล้วค่อยก้าวไป Python ได้ ตัวหุ่นมีเซ็นเซอร์ แสง เสียง การวาด และการเดินตามเส้น จึงเหมาะกับโครงงานที่ต้องทดสอบเงื่อนไขและแก้บั๊ก หน้าทางการระบุว่า MatataCode รองรับ Windows, macOS, iOS และ Android และแนะนำให้มีคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต การซื้อ VinciBot โดยหวังเล่นแบบ Coding Set โดยไม่เตรียมอุปกรณ์จึงอาจไม่ตรงทาง
Nous AI Set ถูกจัดไว้สำหรับอายุ 12 ปีขึ้นไปและเน้น AI กับหุ่นยนต์ขั้นสูง จึงไม่ใช่คำตอบแรกของคำว่าเริ่มเรียน Coding สำหรับเด็กเล็ก ต่อให้ชื่อ AI ดูทันสมัยกว่า หากเด็กยังไม่เคยวางลำดับ ใช้เงื่อนไข หรืออธิบายเหตุผลของโปรแกรม การเริ่มจาก Tale-Bot, Coding Set หรือ VinciBot จะเห็นความก้าวหน้าและเล่นได้อิสระกว่า
เด็กพร้อมกับ Coding Set หรือยัง
ลองเกมกระดาษก่อนซื้อ วางของเล่นบนตารางง่ายๆ แล้วถามว่าจะเดินหน้า เลี้ยว และเดินอีกกี่ช่องจึงถึงเป้าหมาย หากเด็กสนุกกับการเรียงคำสั่งหลายใบและอยากลองใหม่เมื่อไปผิด Coding Set มีแนวโน้มเข้าทาง หากเด็กอยากกดแล้วเห็นหุ่นเคลื่อนทันทีหรือเริ่มเบื่อระหว่างจัดบล็อก Tale-Bot Pro จะเหมาะกว่า ไม่ใช่เพราะง่ายกว่าอย่างเดียว แต่จังหวะตอบสนองสั้นกว่าสำหรับสมาธิวัยเล็ก
สำหรับ VinciBot ให้ลองโปรแกรมบล็อกภาพฟรีหรือกิจกรรมแนวลากคำสั่งบนแท็บเล็ตก่อน เด็กไม่จำเป็นต้องเขียน Python ได้ แต่ควรรับมือกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เปิดโปรแกรม และแก้คำสั่งบนหน้าจอโดยไม่หมดสนุกง่าย หากทุกครั้งต้องให้ผู้ใหญ่ตั้งระบบจนจบ หุ่นอาจกลายเป็นของเล่นของพ่อแม่มากกว่าของเด็ก
อายุบนกล่องเป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่ข้อสอบผ่าน เด็กห้าขวบที่ชอบต่อบล็อกและเล่าเหตุผลอาจไปกับ Coding Set ได้ดี ขณะที่เด็กเจ็ดขวบบางคนยังสนุกกับ Tale-Bot เพราะชอบสร้างเรื่องและอัดเสียงมากกว่า เพื่อนๆ ลองเลือกจากรูปแบบการเล่นที่เด็กกลับมาทำซ้ำเอง โดยยังยึดช่วงอายุและคำแนะนำความปลอดภัยบนกล่องจริงที่ได้รับ
เปิดกล่องแล้วควรได้อะไรและต้องซื้ออะไรเพิ่ม
เช็กของหลักกับส่วนเสริมก่อนเลือกชุด
| รุ่น | แกนหลักในชุด | งานสร้างสรรค์ | ส่วนเสริมที่ต้องเช็ก | สิ่งที่บ้านต้องเตรียม |
|---|---|---|---|---|
| Tale-Bot Pro | หุ่น แผนที่ หนังสือกิจกรรม อุปกรณ์ 6 ชิ้น | ปากกาล้างออกได้ 2 ด้ามและอัดเสียง | Activity Box และ TaleMap | พื้นเรียบและพอร์ตชาร์จ USB-C |
| Coding Set | MatataBot, Tower, Board, บล็อก, แผนที่, โจทย์ 3 เล่ม | เพิ่มภายหลังได้ | Artist, Musician, Sensor, Game Box | พื้นที่วางบล็อกและกล่องเก็บชิ้นส่วน |
| Coding Set Pro | ระบบ Coding Set ครบ | รวม Artist และ Musician | Sensor และ Animation | พื้นที่วาดและจัดบล็อกหลายหมวด |
| VinciBot | หุ่น รีโมต โจทย์ 18 กิจกรรม แผนที่และปากกา | วาด แสง เสียง และเซ็นเซอร์ | Creator, Inventor, AI Vision | MatataCode บนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต |
Tale-Bot Pro รุ่นมาตรฐานมีตัวหุ่น อุปกรณ์หกชิ้น ปากกาล้างออกได้สองด้าม แผนที่สองด้าน หนังสือกิจกรรม การ์ดตั้งค่า สาย USB-C และคู่มือ ส่วน Activity Box, TaleMap และบล็อกตัวต่อขนาดใหญ่ไม่ได้รวมในชุดมาตรฐาน แม้ภาพกิจกรรมบางภาพจะแสดงการต่อยอดเหล่านี้ การตรวจรายการในกล่องก่อนซื้อช่วยกันความรู้สึกว่าเปิดมาแล้วเล่นตามภาพไม่ได้
Coding Set ให้แกนการเรียนค่อนข้างครบตั้งแต่ต้น ทั้งหุ่น หอส่งคำสั่ง แผงวางบล็อก บล็อกคำสั่งหลายชนิด แผนที่ และโจทย์ สามารถฝึกลำดับ ตัวเลข ลูป ฟังก์ชัน และการแก้บั๊กโดยไม่ซื้อส่วนเสริม Artist, Musician, Sensor และ Game Box เป็นทางขยาย ส่วน Coding Set Pro รวม Artist กับ Musician แล้ว แต่ Sensor และ Animation ยังขายแยก
VinciBot ในชุดมาตรฐานมีหุ่น รีโมตอินฟราเรด หนังสือโจทย์ 18 กิจกรรม ปากกาล้างออกได้ สาย USB-C คู่มือ และแผนที่สองด้าน ผู้ผลิตระบุเวลาชาร์จประมาณสองชั่วโมงและใช้งานต่อการชาร์จอย่างน้อยสี่ชั่วโมง ตัวเลือก Creator, Inventor และ AI Vision เป็นส่วนเสริมสำหรับงานกลไก อิเล็กทรอนิกส์ และการมองเห็น ไม่จำเป็นต่อบทเรียนแรกเรื่องการเดิน วาด เสียง หรืออ่านเซ็นเซอร์พื้นฐาน
ซื้อให้พอดีกับหลักสูตรที่บ้าน
เดือนแรกของ Tale-Bot Pro ควรเริ่มจากเส้นทางสองหรือสามคำสั่ง แล้วให้เด็กเล่าเรื่องประกอบ เมื่อคล่องค่อยเพิ่มทางเลี้ยว การอัดเสียง และการวาด เป้าหมายไม่ใช่กดคำสั่งได้เยอะ แต่คือเด็กทายผลก่อนกดเล่นและอธิบายได้ว่าทำไมต้องแก้ตรงไหน วิธีนี้ทำให้การเล่นกลายเป็น Coding โดยไม่ต้องพูดศัพท์ยาก
Coding Set ควรเริ่มจากลำดับการเคลื่อนที่บนแผนที่ ก่อนเพิ่มบล็อกตัวเลขเพื่อลดคำสั่งซ้ำ จากนั้นค่อยใช้ลูปและฟังก์ชัน โจทย์เดิมสามารถเล่นหลายรอบโดยตั้งกติกาว่าต้องใช้บล็อกให้น้อยลง หรือเปลี่ยนจุดเริ่ม การซื้อส่วนเสริมเร็วเกินไปอาจเพิ่มชิ้นส่วนบนโต๊ะ แต่ไม่ได้เพิ่มความเข้าใจ หากเด็กยังไม่เห็นเหตุผลของลูปในชุดเดิม
VinciBot เหมาะกับแผนระยะยาวกว่า เริ่มจากบล็อกภาพให้หุ่นเดินและวาด เพิ่มเงื่อนไขจากเซ็นเซอร์ แล้วค่อยเปิดมุมมอง Python เพื่อเชื่อมคำสั่งที่เด็กคุ้นกับข้อความจริง การรีบข้ามไป Python เพราะรู้สึกว่าเป็น Coding แท้ อาจทำให้เวลาหมดไปกับไวยากรณ์แทนการแก้ปัญหา ให้การเปลี่ยนภาษาเกิดเมื่อเด็กเริ่มถามเองว่าบล็อกข้างในทำงานอย่างไร จะลื่นกว่ามาก
ค่าใช้จ่ายที่มักโผล่หลังซื้อ
ต้นทุนของ Matatalab ไม่ได้มีแค่หุ่น ชุดไม่ใช้จอต้องมีพื้นที่เรียบสำหรับแผนที่ กล่องแยกชิ้นส่วน และเวลาจัดเก็บบล็อกเล็กให้ครบ ปากกาที่ใช้วาดย่อมหมดหรือแห้งได้ ส่วนแบตเตอรี่ของหุ่นและอุปกรณ์ส่งคำสั่งต้องชาร์จ ผู้ผลิตระบุพอร์ต USB-C ในชุดปัจจุบัน แต่ควรเช็กหัวชาร์จที่รองรับกับรายการในกล่องจริง เพราะสายกับอะแดปเตอร์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายส่วนเสริมควรผูกกับโปรเจกต์ที่เด็กอยากทำ ถ้าเด็กขอให้หุ่นวาดรูปต่อ Artist มีเหตุผล ถ้าเริ่มแต่งจังหวะ Musician จึงคุ้ม ถ้าอยากให้หุ่นตอบสนองต่อแสง สี หรือสิ่งกีดขวาง Sensor จึงเหมาะ ส่วนผู้ใช้ VinciBot ควรคิดค่าแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว พื้นที่เก็บไฟล์ และเวลาของผู้ใหญ่ในการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วย
เมื่อซื้อสินค้ามือสอง ให้ขอภาพอุปกรณ์ทุกชิ้นและทดสอบการชาร์จ หุ่น Tower หรือรีโมตตามระบบของรุ่น บล็อกคำสั่งที่หายเพียงชนิดเดียวอาจทำให้โจทย์บางหน้าเล่นไม่ได้ สำหรับ VinciBot ต้องเช็กสาย USB-C การเชื่อม MatataCode และเซ็นเซอร์หลัก ส่วน Coding Set ให้ทดสอบว่า Tower อ่านบล็อกและส่งโปรแกรมไป MatataBot ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าหุ่นเปิดติด
สรุปให้จบในหนึ่งนาที
เลือก Tale-Bot Pro เมื่อเด็กอายุประมาณ 3–5 ปี ชอบกดปุ่ม เล่าเรื่อง วาด และต้องการเล่นหลักแบบไม่ใช้จอ เลือก Coding Set เมื่ออายุ 5 ปีขึ้นไป พร้อมเรียงบล็อกเพื่อเรียนลำดับ ลูป และฟังก์ชันอย่างเป็นรูปธรรม เลือก Coding Set Pro เมื่อมั่นใจว่าจะใช้กิจกรรมวาดรูปและดนตรีตั้งแต่ต้น และเลือก VinciBot เมื่ออายุ 8 ปีขึ้นไป มีอุปกรณ์สำหรับ MatataCode และต้องการเส้นทางจากบล็อกภาพไป Python
คำตอบของ Matatalab รุ่นไหนดีสำหรับเริ่มเรียน Coding จึงอยู่ที่ระยะห่างระหว่างคำสั่งกับผลลัพธ์ เด็กเล็กต้องการระยะสั้นแบบกดแล้ววิ่ง เด็กที่วางแผนได้ต้องการบล็อกที่มองเห็นทั้งโปรแกรม ส่วนเด็กโตต้องการพื้นที่ทดลองบนหน้าจอและเซ็นเซอร์ เลือกให้ตรงจังหวะนี้ก่อน แล้วชุดที่ดูธรรมดากว่าจะสอนได้ลึกกว่าชุดใหญ่ที่เด็กยังไม่อยากเปิดค่ะ
References
แอดมิน รินริน ที่ชื่นชอบการ์ตูนอนิเมชั่นจนคลั่งไคล้ จนคิดได้ว่าทำเว็บ เขียนเรื่องราว แบ่งปันความสุขกับทุกคนที่ชอบการ์ตูนเหมือนกันดีกว่า และยังคิดไกลไปว่า เราควรจะหาสินค้าตุ๊กตา และของที่ระลึก ส่งตรงจากญี่ปุ่น นำเข้ามาเผยแพร่ให้คนรักการ์ตูน เป็นเจ้าของในราคาไม่แพง
ลองแวะไปชมกันได้นะคะ : https://shopee.co.th/rinrinworld
